จันทร์, กุมภาพันธ์ 24, 2020
   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

35.173.57.84

ค้นหา

Micro Full Moon

โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญส่อง จันทรุปราคาเต็มดวง (พระจันทร์สีเลือด) วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 เริ่มคลาดเวลา 01:35-05:05 น. (คืนวันที่ 27 กรกฎาคม 2561)และเป็นวันที่ดวงจันทร์มีขนาดเล็กที่สุด ที่เรียกว่า ไมโครฟลูมูน (Micro Full Moon) ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์ “เต็มดวงและโคจรอยู่ห่างจากโลกที่สุด” .

  • conjunction

    วันพุธที่ 23 มกราคม 2019 เวลา 03:19 น.
  • ส่องชมจันทร์ วันลอยกระทง ปี 2561

    วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2018 เวลา 09:14 น.
  • งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ ๖๘ ปีการศึกษา ๒๕๖๑

    วันศุกร์ที่ 13 กรกฏาคม 2018 เวลา 09:48 น.
  • Micro Full Moon

    วันศุกร์ที่ 06 กรกฏาคม 2018 เวลา 10:08 น.
  • BLUE MOON2

    วันอังคารที่ 09 มกราคม 2018 เวลา 08:09 น.

อะฟลาทอกซิน(A-fla-toxin)

บทความน่ารู้ ชีววิทยา

User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 

“อะ ฟลาท็อกซิน” ถูกจัดอันดับเป็นสารก่อมะเร็งร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งในโลก แถมยังทนความร้อนได้สูงมาก การปรุงอาหารจึงไม่สามารถทำลายได้ สารพิษนี้เกิดจากอะไร และเราจะสามารถหลีกเลี่ยงพ้นได้อย่างไร


อะฟลาทอกซิน

 คือ สารพิษที่เกิดจากเชื้อรา สายพันธุ์แอสเปอร์จิลลัส ฟลาวัส(Aspergillusflavus) และแอสเปอร์จิลลัส พาราซิติคัส (Aspergillus paraciticus) ในปี ค.ศ. 1962 (พ.ศ. 2505) มีการประชุมกลุ่ม ทำ งานจาก 5 แห่ง ในประเทศอังกฤษ เรียกว่า กลุ่มทำ งานวิจัยการเกิดพิษในถั่วลิสง ร่วมกันพิจารณาตั้งชื่อสารพิษจากเชื้อราเหล่านี้ว่า “อะ-ฟลา-ทอกซิน (A-fla-toxin)” โดยพิจารณาคำ ว่า “อะ(A)” มาจาก“แอสเปอร์จิลลัส(Aspergillus)” และคำ ว่า “ฟลา (fla)” มากจาก ฟลาวัส (flavus)” สารนี้จัดเป็น “สารพิษ หรือทอกซิน (toxin)” จึงนำ มาเรียกรวมกันว่า “อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin)” เชื้อราสายพันธุ์เหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีในภูมิอากาศแบบร้อนชื้น มีสมบัติเป็นพิษต่อคน สัตว์และพืช อะฟลาทอกซินเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกุลทางชีวภาพหรือขบวนการเม ตาบอสิซึมชนิดทุติยภูมิของเชื้อรา ทำ ให้เชื้อราสร้างสารพิษได้ 4 ชนิด คือ อะฟลาทอกซินชนิด บี1 และอะฟลาทอกซินชนิด บี2 ซึ่งเรืองแสงให้สีนํ้าเงินภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต ในช่วงความยาวคลื่น 256 ถึง 365 นาโนเมตร อะฟลาทอกซินชนิด จี1และอะฟลาทอกซิน ชนิด จี2 ซึ่งเรืองแสงให้สีเขียวภายใต้แสงอัลตราไวโอเลตที่ความยาวคลื่นช่วงเดียวกัน ความเข้มของแสงที่เรืองแสงนี้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับปริมาณความเข้มข้นของอะ ฟลาทอกซิน

ชนิดของอะฟลาท็อกซิน


“อะฟลาท็อก ซิ น” เกิดจากเชื้อราในกลุ่มแอสเปอร์จิลลัส ฟลาวัส และแอสเปอร์จิลลัส พาราซิติกัส ซึ่งพบได้ในอาหารที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปและที่ผ่านการแปรรูปแล้ว ตามธรรมชาติอะฟลาท็อกซินมี 4 ชนิด ได้แก่ อะฟลาท็อกซิน ชนิด B1 B2 G1 และ G2 โดยชนิด B1 มีความอันตรายมากที่สุด    การปนเปื้อนของสารพิษจากรามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจการผลิตอาหาร องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติประมาณว่า  ทั่วโลกสูญเสียอาหารที่เนื่องจากการปนเปื้อนของพิษจากราถึง100ล้านตันต่อปี  และที่สำคัญกว่านั้นก็คือมีผลต่อสุขภาพมนุษย์  ในบรรดาสารพิษจากเชื้อราที่รู้จักทั้งหมดนั้น  เชื้อราที่เป็นปัญหาหลักของการปนเปื้อนอาหาร ได้แก่

1.  อะฟลาท็อกซิน บี 1, บี 2 ,จี 1, จี 2 , เอ็ม 1 และ เอ็ม 2 (Aflatoxins B1, B2, G1, G2, M1 and M2)  เชื้อราหลักที่สร้างสารพิษต่อตับ คือ แอสเพอร์จิลลัส ฟลาวัส (Aspergillus flavus)   สารนี้มีคุณสมบัติทนความร้อนได้ถึง 260 องศาเซลเซียส และถูกทำลายด้วยสารละลายที่มีฤทธิ์เป็นด่าง

บี (B) หมายถึง บลู (blue) คือลักษณะของสารนี้จะมีสีฟ้า

จี (G) หมายถึง กรีน (green) คือให้สีเขียว

เมื่อดูภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต UV  ขนาดความยาวคลื่น 365 นาโนเมตร

เอ็ม (M) หมายถึงสารที่พบในน้ำนมวัว คือมิลค์ (milk) เป็นผลมาจากการบริโภคอาหารสัตว์ปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน บี1

ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 (2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522  กำหนดให้มีอะฟลาท็อกซินทุกชนิดในอาหารทั่วไปได้ไม่เกิน 20 ส่วนในพันล้านส่วน (คือ 20 ไมโครกรัมในอาหาร1กิโลกรัม

2.  สเตอริกมาโตซิสติน (Sterigmatocystin) เชื้อราหลักที่สร้างสารพิษ คือ แอสเพอร์จิลลัส เวอร์ซิโคเลอร์ (Aspergillus versicolor)

3.  ซีราลีโนน (Zearalenone)  เชื้อราหลักที่สร้างสารพิษ คือ ฟิวซาเรียม  กรามิเนียรุม(Fusarium graminearum) เป็นพิษต่ระบบฮอร์โมน

4.  โอคราท็อกซิน (Ochratoxins)  เชื้อราหลักที่สร้างสารพิษ คือ เพนิซิลเลียม ไวริดิคาตุม (Penicillium viridicatum) เป็นพิษต่อไต

5.  พาทูลิน (Patulin)  เชื้อราหลักที่สร้างสารพิษ คือ  เพนิซิลเลียม พาทูลุม (Penicillium patulum) เป็นพิษต่อระบบประสาท

6.  ที-2 ท็อกซิน ทริโคเทซีเนส (T-2 toxin, trichothecenes) เชื้อราหลักที่สร้างสารพิษ คือ  ฟิวซาเรียม ตริซิงก์ตุม (Fusarium tricinctum) เป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหารและอื่นๆ

ดังนั้น จึงใช้คุณสมบัติการเรืองแสงนี้เป็นวิธีทดสอบและตรวจวัดปริมาณอะฟลาทอกซินอัล ฟลาทอกซินมักพบในพืชตระกูลถั่ว โดยเฉพาะถั่วลิสงและผลิตภัณฑ์จากถั่วลิสง และในอาหารแห้งหลายชนิด ได้แก่ ถั่วกระจก ขนมตุ๊บตั๊บ น้ำมัน ถั่วลิสง และพบในพริกแห้ง พริกป่น ข้าวโพด กระเทียม หัวหอม กุ้งแห้ง พริกแห้ง มะพร้าว ผลไม้แห้ง สมุนไพร เป็นต้น รวมถึงเมล็ดข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี มันสำปะหลัง และเมล็ดพืชที่ใช้ทำอาหารสัตว์เราตรวจสอบเชื้อราได้ด้วยตาเปล่า หากมองเห็นอาหารเหล่านั้นมีเชื้อราขึ้นเป็นสีน้ำตาล สีเหลือง สีเขียว สีเขียวเหลือง หรือสีดำ แสดงว่าไม่ควรนำมารับประทานเพราะราสีต่าง ๆ ดังกล่าว มักเป็นเชื้อราที่ก่อให้เกิดพิษอัลฟลาทอกซิน

อะ ฟลาท็อกซินได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากการปรุงอาหารด้วยความร้อนธรรมดา เช่น การทอด หุง นึ่ง ต้ม จะไม่สามารถทำลายพิษอะฟลาท็อกซินให้หมดไปได้ เพราะสารพิษนี้สามารถทนความร้อนไปสูงถึง 260 องศาเซลเซียส

การเกิดสารพิษอะฟลาทอกซิน

สภาวะ เหมาะสมที่ทำ ให้อะฟลาทอกซินเกิดได้ดี คือ ภายใต้ความชื้นร้อยละ 18-30 อุณหภูมิ 43-63องศาเซลเซียส และวัตถุดิบทางการเกษตรหรือเมล็ดพืชที่เสื่อมสภาพ แตกหัก หรือมีแผลเสียหายจากการทำลายของแมลง นก หรือหนู ซึ่งจัดเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของเชื้อราแอสเปอร์จิลลัสฟลาวัส และแอสเปอร์จิลลัส พาราซิติคัส ภูมิอากาศแบบร้อนชื้นทำ ให้เชื้อราเจริญเติบโต และสามารถสร้างสารพิษอะฟลาทอกซินได้ดี โดยสารพิษจะอยู่ภายในเมล็ดพืชหรือวัตถุดิบเหล่านั้น และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ประเทศไทยอยู่ในภูมิอากาศดังกล่าวจึงทำ ให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดสารพิษอะฟลาทอกซินกับผลิตผลทางการเกษตร

 การออกฤทธิ์ของสารพิษอะฟลาทอกซิน

การนำอาหารสัตว์ที่มี การปนเปื้อนของอะฟลาทอกซินไปเลี้ยงสัตว์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำ ให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจด้านการปศุสัตว์ รวมทั้งผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ เช่น สัตว์มีอัตราการเจริญเติบโตลดลง อัตราการตายเพิ่มขึ้น ผลผลิตเนื้อ นม ไข่ลดลง คุณภาพไข่ลดลง ขนาดไข่ลดลง การฟักไข่ลดลง เปลือกไข่บางลง นอกจากนี้อะฟลาทอกซินยังสามารถผ่านไปตามกระแสโลหิต เกิดการสะสมในเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆและผ่านไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ เมื่อคนบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ อะฟลาทอกซินก็สามารถถ่ายทอดสู่คนได้เช่นกัน ในลูกเป็ดที่ได้รับสารอะฟลาทอกซิน การเกิดพิษแบบเฉียบพลันจะแสดงอาการชักและตายภายในลำตัวแอ่นไปข้างหน้า มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังและอวัยวะภายใน ตับโตสีเหลืองซีด ไต ตับอ่อนและม้ามขยายใหญ่ มีอาการบวมนํ้ารอบๆหัวใจและน่อง กรณีเกิดพิษแบบเรื้อรังเซลล์ตับจะเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งพบในลูกเป็ดที่เลี้ยงด้วยอาหารที่ปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน เป็นเวลาเหลืองจัด ขาหลังอ่อนแรง ยืนตัวโก่ง ดีซ่าน โลหิตจาง และตายภายในสุกรพบภาวะตับเหลืองซีด มีการสะสมไขมันในเซลล์ตับ ถุงนํ้าดีบวมนํ้าและมีจุดเลือดออกรอบผิวหนัง   มีนํ้าคั่งในช่องอกหรือช่อง ท้อง ไตบวมนํ้าและมีจุดเลือดออก พบเซลล์ตับตาย และเซลล์บุท่อนํ้าดีเพิ่มจำ นวนมากขึ้น มีการเพิ่มปริมาณของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของตับ และพบการเพิ่มจำ นวนเซลล์ตับ สำ หรับในโคและกระบือนั้น การเกิดพิษในลูกโคและกระบือนั้นมีความรุนแรงมากกว่าในโคและกระบือตัวโตเต็ม วัยลูกโคและกระบือจะแสดงอาการกระสับกระส่าย พยายามถ่ายหรือเบ่งมากจนทวารหนักทะลักออกมาและตายในที่สุด ในแม่โคนมแสดงอาการ ซึม เบื่ออาหาร นํ้าหนักลด นํ้านมลด และมีอาการท้องมาน อวัยวะภายในต่างๆบวมนํ้า มีการเพิ่มปริมาณของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของตับ เซลล์บุท่อนํ้าดีเพิ่มจำนวนมากขึ้นเซลล์บุหลอดเลือดดำ ของตับอักเสบอย่างเรื้อรัง ตับขยายใหญ่ขึ้นสำหรับในคนนั้น อะฟลาทอกซินสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางตรง โดยการบริโภคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารพิษอะฟลาทอกซิน เช่น ถั่วลิสง และทางอ้อมโดยการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีการปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน โดยสัตว์เหล่านี้ก็ได้รับสารอะฟลาทอกซินจากอาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของผลิตผล ทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน โรคที่ตรวจพบในคนอันเนื่องมาจากสารอะฟลาทอกซิน ได้แก่ โรคมะเร็งตับ โรคตับอักเสบ โรคตับแข็ง โรคสมองอักเสบ นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติที่อวัยวะอื่นร่วมด้วย เช่น เซลล์ปอดผิดปกติ เซลล์หลอดลมผิดปกติ2-3 วันหลังจากได้รับสารพิษ พบลักษณะหัว คอ และขาบิดไปข้างหน้า35 ไมโครกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม14 เดือน การเกิดพิษเฉียบพลันในสุกรจะแสดงอาการผอม  ขนหยาบกร้าน อุจจาระร่วงและมีสี1-5 วัน กรณีการเกิดพิษเรื้อรังในสุกรพบภาวะตับเหลืองซีด มีการสะสมไขมันในเซลล์ตับ ถุงนํ้าดีบวมนํ้าและมีจุดเลือดออกรอบผิวหนัง มีนํ้าคั่งในช่องอกหรือช่องท้อง ไตบวมนํ้าและมีจุดเลือดออก พบเซลล์ตับตาย และเซลล์บุท่อนํ้าดีเพิ่มจำ นวนมากขึ้น มีการเพิ่มปริมาณของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของตับ และพบการเพิ่มจำ นวนเซลล์ตับ สำ หรับในโคและกระบือนั้น การเกิดพิษในลูกโคและกระบือนั้นมีความรุนแรงมากกว่าในโคและกระบือตัวโตเต็ม วัยลูกโคและกระบือจะแสดงอาการกระสับกระส่าย พยายามถ่ายหรือเบ่งมากจนทวารหนักทะลักออกมาและตายในที่สุด ในแม่โคนมแสดงอาการ ซึม เบื่ออาหาร นํ้าหนักลด นํ้านมลด และมีอาการท้องมาน อวัยวะภายในต่างๆบวมนํ้า มีการเพิ่มปริมาณของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของตับ เซลล์บุท่อนํ้าดีเพิ่มจำ นวนมากขึ้นเซลล์บุหลอดเลือดดำ ของตับอักเสบอย่างเรื้อรัง ตับขยายใหญ่ขึ้น

สำหรับในคนนั้น อะฟลาทอกซินสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางตรง โดยการบริโภคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารพิษอะฟลาทอกซิน เช่น ถั่วลิสง และทางอ้อมโดยการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีการปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน โดยสัตว์เหล่านี้ก็ได้รับสารอะฟลาทอกซินจากอาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของผลิตผล ทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน โรคที่ตรวจพบในคนอันเนื่องมาจากสารอะฟลาทอกซิน ได้แก่ โรคมะเร็งตับ โรคตับอักเสบ โรคตับแข็ง โรคสมองอักเสบ นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติที่อวัยวะอื่นร่วมด้วย เช่น เซลล์ปอดผิดปกติ เซลล์หลอดลมผิดปกติ

การป้องกันการปนปื้อน

ดังที่กล่าวมาแล้วว่า สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยเหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อราที่ทำ ให้เกิดสารพิษอะฟลาทอกซิน และความเป็นพิษของสารอะฟลาทอกซินทั้งในคนและสัตว์ค่อนข้างร้ายแรง   ดังนั้นจึงควรป้องกันและควบคุมไม่ให้เชื้อราและสารอะฟลาทอกซินเกิดขึ้นใน ผลิตผลทางการเกษตร โดยมีแนวทางป้องกันและควบคุม ดังนี้

-คัดแยกเมล็ดพันธุ์พืชที่ เสื่อมสภาพหรือแตกหักมีแผลเสียหายออก รวมทั้งคัดเลือกเมล็ดพันธุ์พืชที่มีความต้านทานต่อสารอะฟลาทอกซินมาปลูก ตั้งแต่เริ่มต้นป้องกันเมล็ดพืชไม่ให้เสื่อมสภาพหรือแตกหัก มีแผลเสียหาย โดยคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี

-นำเมล็ดพันธุ์พืชที่ผ่านการ คัดเลือกมาตากผึ่งแดด หรืออบแห้ง โดยทั่วไปให้มีความชื้นในเมล็ดร้อย7-14 เก็บในคลังสินค้า หรือสถานที่สะอาด มีอากาศถ่ายเทดี ควรมีความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 65-70

-ใช้สารเคมีป้องกันเชื้อราในเมล็ดพันธุ์พืช เช่น กรดฟูมาริก กรดซิตริก กรดโพรพิโนอิก

-ถึงกระบวนการเก็บเกี่ยว การขนส่ง การบรรจุผลิตภัณฑ์ และการเก็บรักษาผลผลิตในคลังสินค้าให้สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย รวมทั้งมีอากาศถ่ายเทอย่างสมํ่าเสมอควบคุมกระบวนการเพาะปลูกให้ปลอดภัยจาก แมลง นกหรือหนูที่จะมาทำ ลายเมล็ดพันธุ์พืช รวม

-ภาชนะใส่อาหารสัตว์รักษาความสะอาด กำ จัดและทำ ลายแหล่งปนเปื้อนสารพิษ เช่น       รางอาหาร อุปกรณ์ผสมอาหาร

-สารอะฟลาทอกซินไม่เกินเกณฑ์ มาตรฐานตามกฏหมายกำ หนดอย่างสมํ่าเสมอก่อนถึงผู้บริโภคทำ การสุ่มตรวจผลิตผลทางการเกษตรหรือเมล็ดพันธุ์พืช อาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร ให้มีปริมาณ

-ซินไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานตาม กฏหมายกำ หนดอย่างสมํ่าเสมอก่อนส่งให้เกษตรกรนำ ไปเลี้ยงสัตว์สุ่มตรวจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่ใช้ผลิตผลทางการเกษตรเป็นวัตถุ ดิบให้มีปริมาณสารอะฟลาทอก

 ที่มา

http://bangkok-guide.z-xxl.com

http://www.dss.go.th/

http://www.unisys-th.com/page40.php

http://siweb.dss.go.th/news/show_abstract.asp?article_ID=1911

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง ::   โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32  เลขที่ 15 ถ.นิวาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บรีรัมย์ 31000
Webmaster :::: Phaithul  Duagrit