เสาร์, ตุลาคม 21, 2017
   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

54.92.141.211

ค้นหา

Science Tour ครั้งที่ 3

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จัดกิจกรรม Science Tour ครั้งที่ 3 ณ หอประชุมทิวสน โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน 2560 ดูรูปภาพกิจกรรมเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

สัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปี 2560

ชมรมดาราศาสตร์ บุรีรัมย์ จัดกิจกรรมฐานความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ เวลาขึ้น - เวลาตก และเฟสของดวงจันทร์ ผู้เข้าชมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ดูรูปภาพกิจกรรมได้ที่ คลิกที่นี่

ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์

      วันที่ 15 มิถุนายน 2560 ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เป็นผลให้ดาวเสาร์อยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่างประมาณ 1,353 ล้านกิโลเมตร ช่วงดังกล่าวจะสามารถสังเกตดาวเสาร์ได้ยาวนานตลอดคืนตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกดินจนถึงรุ่งเช้าวันของถัดไป และมีความสว่างมาก ปรากฏทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สังเกตได้ด้วยตาเปล่า หรือหากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 30 เท่าขึ้นไป จะเห็นวงแหวนดาวเสาร์ได้ชัดเจน

ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี 8 เมษายน 2560

   ในช่วงค่ำของวันที่ 8 เมษายน 2560 ดาวพฤหัสบดีจะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก บริเวณกลุ่มดาวหญิงสาว (Virgo) ตั้งแต่เวลาประมาณ 18:23 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เราจะสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจนในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และจะตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก เวลาประมาณ 06:14 น. ของเช้าวันที่ 9 เมษายน 2560 หากสังเกตด้วยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จะสามารถเห็นดวงจันทร์บริวารหลักทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี หรือที่เรียกว่า ดวงจันทร์ของกาลิเลียน (Galilean Moons) ได้แก่ ไอโอ (Io) ยูโรปา (...

กิจกรรม "BIO GANG CHALLENGE 2017"

        โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จัดกิจกรรม  "Bio Gang Challenge 2017" ณ ห้องสมุดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยศาสตร์ ในวันที่ 11 มกราคม 2560  ภายใต้แนวคิด “ตามรอยพ่อของแผ่นดิน ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น จากสวนพฤกษศาสตร์

  • Science Tour ครั้งที่ 3

    วันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2017 เวลา 02:21 น.
  • สัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปี 2560

    วันอังคารที่ 22 สิงหาคม 2017 เวลา 12:01 น.
  • ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์

    วันพฤหัสบดีที่ 08 มิถุนายน 2017 เวลา 05:24 น.
  • ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี 8 เมษายน 2560

    วันเสาร์ที่ 08 เมษายน 2017 เวลา 00:25 น.
  • กิจกรรม "BIO GANG CHALLENGE 2017"

    วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2017 เวลา 03:15 น.

วัสดุชนิดใหม่ ลดการก่อไบโอฟิล์มบนเครื่องมือแพทย์

บทความน่ารู้ ชีววิทยา

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

 การติดเชื้อในขณะรับการรักษาตามสถานพยาบาลเป็นปัญหาสำคัญที่พบได้ทั่วโลก ระดับของความรุนแรงจากการติดเชื้อนี้มีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงเสียชีวิต  ร้อยละ 80 ของการติดเชื้อเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการเกิดไบโอฟิล์ม (Biofilm) ซึ่งยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ยังหาทางยับยั้งไม่ให้เกิดไม่ได้  แต่ด้วยงานวิจัยที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญทีจะสามารถลดปัญหาการติดเชื้อที่เกิดจากการเกิดไบโอฟิล์มบนอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้

           การติดเชื้อในขณะรับการรักษานี้ส่วนมากมีสาเหตุมาจากการใช้สายยาง (catheter) ใส่เข้าไปในร่างกายผู้ป่วย ตัวอย่างของการรักษาที่ต้องสอดใส่สายยางเช่น การสวนท่อปัสสาวะในผู้ป่วยที่ต่อมลูกหมากโต หรือการสอดท่ออาหารในผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานได้ เป็นต้น ซึ่งการติดเชื้อเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการเกิดไบโอฟิล์ม (Biofilm) กับสายยางที่แพทย์ใส่เข้าไป ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับไบโอฟิล์มกันก่อน

         ไบโอฟิล์ม (Biofilm) คือโครงสร้างยึดเกาะกับพื้นผิว สร้างโดยกลุ่มของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่รวมกัน ประกอบด้วยสารต่างๆหลายชนิด ทำหน้าที่เป็นชั้นปกป้องแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ภายใน รวมทั้งสร้างสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อยู่ภายในไบโอฟิล์ม



ภาพถ่ายลักษณะการเกิดไบโอฟิล์มของ Staphylococcus aureus ที่เกิดบนอุปกรณ์ปลูกถ่ายหัวใจจากกล้อง SEM
(อ้างอิงจาก: Image courtesy of Steven Lower, Ohio State University)





ภาพแสดงลักษณะการเกิดไบโอฟิล์มของผู้ป่วยที่มีการสวนท่อปัสสาวะ


 


          คนส่วนใหญ่อาจจะไม่คุ้นเคยกับคำว่า "ไบโอฟิล์ม" (Biofilms)   แต่เชื่อหรือไม่ว่าไบโอฟิล์มเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก    ไบโอฟิล์มที่เราสามารถพบเห็นได้เป็นประจำ ได้แก่ คราบแบคทีเรียในปาก (Dental plaque) สารสกปรกเหนียวๆ ที่อุดตันอยู่ตามท่อน้ำทิ้ง  หรือแม้แต่เมือกเหนียวในน้ำเสีย ก็จัดเป็นไบโอฟิล์มชนิดหนึ่ง



ตัวอย่าง การเกิดไบโอฟิล์มบนผิวฟัน (ใช้การย้อมด้วยไอโอดีนเพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้น)
(อ้างอิงจาก http://www.advancedhealing.com/blog/2009/10/18/biofilm-basics/)


          สิ่งที่ทำให้ไบโอฟิล์มเป็นปัญหากับการรักษาโรคตามโรงพยาบาลเนื่องมาจากเมื่อแบคทีเรียหลายชนิดที่อยู่ในร่างกายอย่างอิสระมาดำรงชีวิตอยู่รวมกัน แล้วสร้างสารจำพวกโพลีแซคคาไรด์และเส้นใยอะมัยลอยด์ขึ้นมาจนเกิดเป็นไบโอฟิล์ม ไบโอฟิล์มนี้จะช่วยป้องกันแบคทีเรียจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและเป็นอันตรายกับพวกมัน เช่น ยาปฏิชีวนะต่างๆ ดังนั้น การให้ยาฆ่าเชื้อเพียงอย่างเดียวจึงไม่มีผลต่อการรักษาโรค ถ้าไม่ทำลายไบโอฟิล์มด้วย ซึ่งไบโอฟิล์มเหล่านี้สามารถพบได้ในเครื่องมือแพทย์ทั่วไปเช่น สายยาง ท่อให้อาหาร ท่อหายใจ และท่อสวนปัสสาวะ เป็นต้น



ตัวอย่างของการเกิดไบโอฟิลม์บนอุปกรณ์การแพทย์
(อ้างอิงจาก http://www.medscape.org/viewarticle/582018_2




          ในปัจจุบันมีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันการเกิดไบโอฟิลม์มากมาย โดยแต่ละการศึกษามุ้งเน้นไปที่การลดการเกิดไบโอฟิลม์โดยการใช้ยาปฏิชีวนะ (antibiotic) หรือยาต้านจุลินทรีย์ (antimicrobial) เคลือบบนพื้นผิวของอุปกรณ์ทางการแพทย์ เมื่ออุปกรณ์เหล่านั้นถูกนำไปใช้ในร่างกาย ถ้ามีจุลินทรีย์มาเกาะบนอุปกรณ์เหล่านั้นก็จะตายเนื่องจากยาที่เคลือบบนพื้นผิววัสดุ ตัวอย่างสารที่ใช้ในปัจจุบันเช่น silver salt, nitrofurazone, chlorhexidine, hydrogel เป็นต้น ซึ่งข้อเสียของวิธีนี้ก็คือเมื่อใช้ยาไปนานๆ จุลินทรีย์จะเกิดการดื้อยา จนในที่สุดประสิทธิภาพการป้องกันการเกิดไบโอฟิลม์ของยาจะลดลง และไม่สามารถป้องกันการเกิดไบโอฟิล์มได้ในที่สุด

          จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮม นำโดย ศาสตราจารย์มอร์แกน อเล็กแซนเดอร์ และศาสตราจารย์มาร์ติน ดีไวส์ จากคณะเภสัชศาสตร์ และศาสตราจารย์พอล วิลเลี่ยม จากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับโมเลกุล สามารถสร้างพอลิเมอร์ชนิดใหม่ที่ต่อต้านการเกาะของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดไบโอฟิล์มได้

          หลักการที่นำมาใช้ในการต้านการจับของแบคทีเรียบนพื้นผิวก็คือ การเปลี่ยนองค์ประกอบทางเคมีจากเดิมที่เป็นแบบชอบน้ำ (hydrophilic) หรือไม่ชอบน้ำเลย (hydrophobic) ให้เป็นพื้นผิววัสดุแบบที่มีทั้งส่วนที่ชอบน้ำและส่วนที่ไม่ชอบน้ำในโมเลกุลเดียวกัน (amphiphilic) ซึ่งจะมีผลทำให้แบคทีเรียไม่สามารถเข้ามาจับบนพื้นผิววัสดุได้ ซึ่งทฤษฎีนี้เป็นเพียงแค่ทฤษฎีขั้นต้นที่ใช้ในการอธิบายผลการทดลองที่เกิดขึ้นเท่านั้น

           ด้วยหลักการดังกล่าว ทำให้สามารถป้องกันการจับของแบคทีเรียบนพื้นผิววัสดุได้ อีกทั้งยังไม่เกิดข้อบกพร่องเช่นเดียวกับการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านจุลินทรีย์อีกด้วย

          ผู้วิจัยเชื่อว่าพอลิเมอร์ชนิดใหม่นี้มีความสามารถในการต้านทานแบคทีเรียได้ดีกว่าชนิดอื่นๆ ที่เคยค้นพบ ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ทำการทดลองหาพอลิเมอร์ที่เหมาะสมนับพันชนิดกับแบคทีเรียก่อโรค ได้แก่ Pseudomonas aeruginosa, Staphylococcus aureus และ Escherichia coli จนได้พอลิเมอร์ที่มีประสิทธิภาพชนิดนี้ขึ้น ซึ่งจากผลการทดสอบพบว่ามีความสามารถในการลดจำนวนแบคทีเรียมากถึง 96.7% เมื่อเทียบกับท่อสายยางที่เคลือบด้วยเงิน (silver coated catheter) ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน อีกทั้งเมื่อทดลองในหนู ความสามารถในการต้านทานแบคทีเรียก็ยังมีผลเป็นทีน่าพอใจเช่นเดิม

           เท็ด เบรนโค ผู้บริหารของ Wellcome Trust ผู้สนับสนุนทุนวิจัยกล่าวว่า การติดเชื้ออันเนื่องมาจากการเกิดไบโอฟิล์มไปเกาะบนพื้นผิวที่ปลูกถ่ายลงในผู้ป่วยนั้น ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะทั่วไปได้ การค้นพบนี้จึงเป็นโอกาสที่สำคัญทางการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ทางการแพทย์จำพวก สายยาง (catheter), ลิ้นหัวใจ (heart valve), ข้อต่อเทียม (prosthetic joint) และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ภายในร่างกายมนุษย์ จะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการติดเชื้ออันเนื่องมากจาอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ดียิ่งขึ้น


ที่มา.http://www.vcharkarn.com/varticle/44036

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง ::   โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32  เลขที่ 15 ถ.นิวาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บรีรัมย์ 31000
Webmaster :::: Phaithul  Duagrit