จันทร์, มกราคม 22, 2018
   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

54.234.190.237

ค้นหา

ฝนดาวตก

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ขอเชิญร่วมกิจกรรม ชม "ฝนดาวตกเจมินิดส์"...คืนวันที่ 14 ธันวาคม 2560 เวลา 18.00 - 06.00 น. ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ...อัตราการตก 120 ดวงต่อชั่วโมง

ชมปรากฏการณ์ Super Moon ดวงจันทร์ขนากปรากฏใหญ่ที่สุดในรอบปี

 โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม และ บุรีรัมย์คาลเซิล ร่วมกับ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ขอเชิญร่วมกิจกรรม ชมปรากฏการณ์ Super Moon ดวงจันทร์ขนากปรากฏใหญ่ที่สุดในรอบปี ในวันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม 2560 ระหว่างเวลา 17.00 - 21.00 น. ณ บุรีรัมย์คาสเซิล ด้านหลังสนามไอโมบายสเตเดี้ยม

  • BLUE MOON2

    วันอังคารที่ 09 มกราคม 2018 เวลา 08:09 น.
  • จันทรุปราคาเต็มดวง” (Total Lunar Eclipse)

    วันพฤหัสบดีที่ 04 มกราคม 2018 เวลา 04:13 น.
  • ดวงจันทร์ดวงใหญ่ในรอบปี 2561

    วันพุธที่ 03 มกราคม 2018 เวลา 03:37 น.
  • ฝนดาวตก

    วันศุกร์ที่ 08 ธันวาคม 2017 เวลา 04:18 น.
  • ชมปรากฏการณ์ Super Moon ดวงจันทร์ขนากปรากฏใหญ่ที่สุดในรอบปี

    วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน 2017 เวลา 10:44 น.

แฟนสตาร์เทร็คคงได้เห็น "ยานวอร์ป" ของจริง-อิงฟิสิกส์

คิดได้ยังไง..

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

 

 

 


 

แฟนๆ สตาร์เทร็คมีสิทธิกรี๊ดกับข่าวนี้ เมื่อนักฟิสิกส์ออกมาเผยว่า "ยานวอร์ป" หนึ่งในนวัตกรรมสุดล้ำจากภาพยนตร์ไซ-ไฟสุดอลัง มีโอกาสออกมาโลดแล่นในโลกแห่งความเป็นจริงสักวันหนึ่ง
       
       วิเคราะห์กันให้เห็นจริงตามข้อมูลที่เสนอโดยสเปซด็อทคอม ซึ่งนักฟิสิกส์บางคนได้ระบุว่าเทคโนโลยีของการเดินทางได้เร็วกว่าแสงนั้น จะช่วยให้คนเราเดินทางระหว่างดวงดาวได้เพียงสุดสัปดาห์ แต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายนัก โดยนักวิจัยกลุ่มหนึ่งที่ศึกษาว่าการเดินทางเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร นั้น ให้ความเห็นว่าวิทยาศาสตร์ซับซ้อนก็จริง แต่ก็ไม่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว
       
       ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ทำให้มีข้อจำกัดที่ไม่ว่ายานใดๆ ก็ไม่สามารถเร่งความเร้วได้เร็วแสง แต่เรายังพอมีโชคอยู่บ้างเมื่อวัตถุที่อยู่ภายในกาล-อวกาศ (space-time) ซึ่งเป็นความต่อเนื่องแบบ 3 มิติของที่ว่างที่เราอาศัยอยู่รวมเข้ากับเวลานั้น ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสงตามทฤษฎี แต่ก็เป็นได้ว่ากาล-อวกาศเองอาจจะเคลื่อนที่ได้ :D
       
       "แนวคิดคือคุณต้องใช้ก้อนกาล-อวกาศสักก้อน แล้วทำให้มันเคลื่อนที่ ยานที่อยู่ในภายในไม่ได้เคลื่อนไปไหนทั้งสิ้น แต่เป็นกาล-อวกาศต่างหากที่กำลังเคลื่อนที่" ความเห็นสุดล้ำจาก มาร์ค มิลลิส (Marc Millis) อดีตหัวหน้าโครงการพัฒนาฟิสิกส์แรงขับเคลื่อน (Breakthrough Propulsion physics Project) แห่งองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา)
       
       หนึ่งในเหตุผลที่ชวนให้แนวคิดนี้น่าเชื่อถือคือ นักวิทยาศาสตร์เองคิดว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้ว บางแบบจำลองชี้ให้เห็นว่า กาล-อวกาศขยายด้วยอัตราเร็วกว่าแสง ในช่วงเวลาของการพองตัวสั้นๆ ทันทีทันใดหลังระเบิดบิกแบง (Big Bang)
       
       "ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้กับบิกแบง และทำไมจะเป็นไปไม่ได้สำหรับยานอวกาศของเรา" มิลลิสให้ความเห็นอย่างเชื่อมั่น
       
       เพื่อทำให้เทคนิคดังกล่าวเป็นไปได้ นักวิทยาศาสตร์ต้องคิดวิธีพัฒนาการขับเคลื่อนที่จะเคลื่อนย้ายกาล-อวกาศ มากกว่าเคลื่อนย้ายยานอวกาศ
       
       ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ศูนย์กลางของมวลหรือพลังงานจะทำให้กาล-อวกาศที่อยู่รอบๆ บิดงอ และด้วยเหตุผลนี้ แรงโน้มถ่วงก็คือความโค้งของกาล-อวกาศซึ่งเป็นสาเหตุให้มวลที่น้อยกว่าตกลง ไปยังมวลมวลที่มากกว่า ดังนั้นเป็นไปได้ว่ารูปทรงเรขาคณิตที่เป็นเอกลักษณ์ของมวลหรือรูปทรงอันแปลก ประหลาดของพลังงานจะเปลี่ยนแปลงฟองของกาล-อวกาศ และทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง แล้วหอบเอาวัตถุที่อยู่ภายในไปด้วย
       
       "หากเราพบวิธีที่จะปรับเปลี่ยนคุณสมบัติของกาล-อวกาศในรูป ร่างที่ไม่สมดุล โดยให้ข้างหลังยานอวกาศทำบางสิ่ง และด้านหน้ายานทำอีกสิ่ง เป็นไปได้ไหมว่ากาลอวกาศจะผลักให้ยานเคลื่อนที่ไปข้างหน้า" มิลลิสให้ความเห็น โดยความคิดดังกล่าวถูกนำเสนอขึ้นครั้งแรกในปี 2547 โดยนักฟิสิกส์ชื่อ มิกูเอล อัลกูแบร์ (Miguel Alcubierre)
       
       ตอนนี้บางการศึกษาอ้างว่าได้พบสัญญาณที่เป็นไปได้ในการเคลื่อน กาล-อวกาศ อย่างตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ทดลองหมุนขดลวดที่เย็นยิ่งยวดในห้องปฏิบัติการ พวกเขาพบว่าไจโรสโคปที่อยู่นิ่งเหนือขดลวดนั้นดูคล้ายกำลังหมุนเนื่องจาก ปรากฏการหมุนของขดลวดอยู่เบื้องล่าง ซึ่งนักวิจัยสันนิษฐานว่า ขดลวดเย็นยิ่งยวดนั้นอาจกำลังลากกาล-อวกาศและไจโรสโคปได้รับผลกระทบดังกล่าว
       
       ส่วนการศึกษาอื่นพบว่า ดูเหมือนบริเวณระหว่างแผ่นโลหะซึ่งไม่มีประจุและวางขนานกันนั้นมีพลังงาน น้อยกว่าพื้นที่ซึ่งอยู่รอบๆ ซึ่งนักวิทยาศาสตรืได้ให้นิยามของลักษณะพลังงานดังกล่าวว่าเป็น "พลังงานลบ" (negative energy) ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเคลื่อนย้ายกาล-อวกาศ ซึ่งอาจต้องใช้พลังงานลบปริมาณมากๆ นี้เอให้เพียงพอต่อการเคลื่อนย้ายฟองกาล-อวกาศให้เร็วกว่าแสง
       
       การค้นพบที่ยิ่งใหญ่นี้ไม่เพียงแค่ต้องการยานขับเคลื่อนแต่ยังต้อง การพลังงาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งคิดถึงการใช้ประโยชน์จากพลังงานลึกลับอย่าง "พลังงานมืด" (dark energy) ที่เชื่อว่าเป็นพลังที่เร่งให้เอกภพขยายตัว จะเป็นทางออกของแหล่งพลังงานได้ และแม้ว่าผลเบื้องต้นจากห้องทดลองจะยังห่างไกลกับการพัฒนายานวอร์ปให้เป็น จริง แต่นักฟิสิกส์บางคนก็ยังคงมีความหวัง
       
       "เรายังไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะเป็นได้จริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยเรามาไกลพอที่จะแตกสลายความไม่รู้ แม้ว่าที่สุดแล้วมันจะเป็นไปไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าเราได้ค้นพบอย่างอื่นที่เราอาจมองข้ามไป" มิลลิสสรุปความเห็นของเขาในแง่บวก

 

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง ::   โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32  เลขที่ 15 ถ.นิวาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บรีรัมย์ 31000
Webmaster :::: Phaithul  Duagrit